พระพุทธปุณณเขต
บันทึกเรื่องการซ่อมแปลงพระพุทธรูป
แผ่นโลหะจารทั้งสิ้น ๒๕ แผ่น เป็นแผ่นเงินจำนวน ๒๑ แผ่น มีขนาดต่างกัน ๙ ตารางนิ้วบ้าง ๔ ตารางนิ้วบ้าง ๒ ตารางนิ้วเศษบ้าง และเป็นแผ่นทองแดงจำนวน ๔ แผ่น ขนาด ๖ ตารางนิ้วเศษ ล้วนเป็นแผ่นโลหะที่พระเถรานุเถระเมตตาทำให้เพื่อใช้เป็นวัสดุผสมในการหล่อพระพุทธรูปองค์นี้โดยเฉพาะ
ย้อนไปเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ผู้เขียนได้เศียรพระพุทธรูปมาเศียรหนึ่ง ซึ่งคาดว่าถูกทำไว้เพื่อจะใช้ตั้งประดับอย่างของตกแต่งบ้าน ความสูงแต่ปลายพระรัศมีถึงต้นพระศอประมาณ ๑๐ นิ้ว ที่ใต้พระศอถูกเจาะรูไว้เสียบเหล็ก ผู้ขายแจ้งว่าเป็นของสะสมของคุณพ่อ พอถึงคราวได้เศียรพระนี้มาเป็นของตนก็ไม่อยากเก็บไว้แล้วจึงนำมาประกาศขาย ผู้เขียนเองเมื่อเห็นก็เกิดความสังเวชใจ ทว่าซื้อมาก็ไม่อยากนำมาตั้งบูชาในสภาพที่มีแต่เศียรแบบนี้จึงห่อเก็บไว้ในห้องพระ ผ่านเวลามาจนย้ายที่อยู่จากบางปะอินมาปทุมธานี พบว่าเศียรพระชำรุดมีรอยร้าวเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงเก็บไว้ในห่อผ้าเรื่อยมาจนถึงวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ จึงติดต่อกับคุณบุญนาศ หมีเทศ เพื่อปรึกษาถึงขั้นตอนและแบบ ส่วนตัวอยากทำพระยืนจึงไปค้นดูต้นแบบจากภาพพระพุทธรูปที่ถ่ายจากพิพิธภัณฑ์ ได้ภาพตัวอย่างของพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรที่พบในองค์พระมงคลบพิตร จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ช่างบุญนาศตกลงรับทำแล้วจึงทำการประเมินขนาด ได้คะเนความสูงนับแต่พระรัศมีถึงพระบาทประมาณ ๑๐๙ เซ็นติเมตร
![]() |
| พระพุทธรูปต้นแบบ เป็นพระพุทธรูปโบราณ ปางอุ้มบาตร ที่พบจากองค์พระมงคลบพิตร |
วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ได้นำเศียรพระไปขอคำแนะนำจากคุณยายถุงเงิน ที่ชัยนาท อีกทั้งหลวงพ่อวิชาและหลวงพ่อนงค์ ที่นครสวรรค์ ท่านทั้งสามต่างรับไปพิจารณาแล้วจึงให้พรเพื่อให้โครงการนี้เกิดความสำเร็จ วันเดียวกันนั้นเวลาใกล้ค่ำก็นำเศียรพระส่งไปโดยบริการของการรถไฟจากสถานีบ้านตาคลีไปสถานีพิษณุโลก
![]() |
| หุ่นดินต้นแบบก่อนทำขี้ผึ้ง |
![]() |
| หลวงพ่อวิชากำลังพิจารณาเศียรพระ |
ระหว่างที่รอช่างปั้นหุ่นที่คะเนว่าจะแล้วเสร็จในเดือน เมษายน จึงเดินทางไปขอจารแผ่นเงินเป็นมวลสารในการหล่อพระเพื่อความเป็นสิริมงคล
วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ (วันอาทิตย์แรม ๑ ค่ำ เดือนสาม ปีเถาะ ปักขคณนา)
๑. หลวงพ่อพรหม ถาวรสีโล (พระครูถาวรศีลวัตร) ณ วัดลานคา นครปฐม
๒. หลวงปู่สมบุญ ปิยธมฺโม ณ วัดลำพันบอง สุพรรณบุรี
![]() |
| หลวงปู่สมบุญ จารแผ่นเงินเพื่อนำมาหล่อพระ |
ต่อมามีความประสงค์จะบอกบุญแก่มิตรสหาย จึงดำเนินการสร้างแหวนที่ระลึกขึ้นเพื่อจำหน่ายหาเงินมาสมทบทุนในการหล่อพระในครั้งนี้ โดยจัดทำเป็นแหวน ๓ ชนิด คือ เนื้อเงินสีทองชมพูนท เนื้อเงินแท้ และเนื้อเหล็กกล้าไร้สนิม รอบตัวเรือนจารึกคาถา เยธมฺมาเหตุปฺปภวา เตสํเหตุงฺตถาคโตอาห เตสญฺจโยนิโรโธจ เอวํวาทีมหาสมโนติ ด้วยอักษรแบบปัลลวะ ภาษาบาลี จากตัวอย่างการจารึกพระคาถานี้ในวัฒนธรรมทวารวดี ทำการลงประกาศทางเฟซบุ๊กเพื่อให้กลุ่มเพื่อนจองในวันที่ ๑ มีนาคม ถึงวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๗ สำหรับชุดแรกประมาณ ๒๙ วง เริ่มนำไปเสกวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๗ และแหวนชุดสองอีก ๗ วง ได้ฝากนำไปเสกพร้อมกับชุดแรกวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๗ ในการเสกเหรียญที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงพ่อวิชัย วัดถ้ำผาจม
ซึ่งในช่วงระยะเวลา ๑ เดือน ตั้งแต่ ๒๔ มีนาคม ถึง ๒๓ เมษายน ๒๕๖๗ เป็นช่วงเวลาที่ได้เดินทางไปกราบเรียนถึงมูลเหตุของการสร้างพระพุทธรูปและถือโอกาสขอเมตตาจากพระเถรานุเถระที่ได้พบ ขอให้ท่านจารแผ่นโลหะเพื่อนำมาเป็นมวลสารในการหล่อพระด้วย
| หลวงปู่สุนทร เมตตาจารแผ่นเงินให้ |
วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๗ (วันอาทิตย์ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือนสี่ ปีเถาะ ปักขคณนา)
พระอาจารย์อ้วน แห่งวัดสะแก พระนครศรีอยุธยา มอบทองเหลืองที่เหลือจากการหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อลำใย สญฺญโม มาเป็นมวลสารในการหล่อพระแทนการจารแผ่นเงิน
๓. หลวงพ่อวิชา รติยุตฺโต ณ สำนักปฏิบัติธรรมใกล้วัดชอนทุเรียน นครสวรรค์
วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๗ (วันศุกร์แรม ๕ ค่ำ เดือนสี่ ปีเถาะ ปักขคณนา)
๔. หลวงปู่สุนทร จนฺทเถโร (พระครูโสภณถิรคุณ) ณ วัดหนองสะเดา สระบุรี
วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๗ (วันเสาร์แรม ๖ ค่ำ เดือนสี่ ปีเถาะ ปักขคณนา)
๕. หลวงพ่อเพย อุตฺตโม (พระครูอุดมภาวนาธิมุต) ณ วัดบึง พระนครศรีอยุธยา
๖. หลวงพ่อสมหวัง ธมฺมิโก (พระครูโสรัจธรรมนันท์) ณ วัดป่าเนินหาญ ชัยบาดาล
๗. หลวงพ่อหล ปภสฺสโร ณ วัดเขาน้อยปัจเจกธรรม ชัยบาดาล
![]() |
| เข้าพบหลวงพ่อเพย ที่วัดบึง |
วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๗ (วันอาทิตย์แรม ๑๔ ค่ำ เดือนสี่ ปีเถาะ ปักขคณนา)
๘. หลวงพ่อสุทัศน์ โกสโล (พระราชภาวนาวัชราจารย์ วิ.) ณ วัดกระโจมทอง นนทบุรี
๙. หลวงพ่อตี๋ ขนฺติโก (พระครูสุวรรณโชติวุฒิ) ณ วัดหูช้าง
๑๐. หลวงปู่ลำพวน ธมฺมธโร (พระสุเมธมุนี) ณ วัดบึงลาดสวาย นครปฐม
๑๑. พระอาจารย์สำราญ สนฺตมโน ณ วัดสง่างาม พระนครศรีอยุธยา
วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๗ (วันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ เดือนห้า ปีมะโรง ปักขคณนา)
๑๒. หลวงพ่อดุ๋ย (พระครูสุวรรณธีรวัฒน์) ณ วัดหนองผักนาก สุพรรณบุรี
๑๓. หลวงปู่จันทร์ กิตฺติโสภโณ (พระครูสังฆรักษ์) ณ วัดสำปะซิว สุพรรณบุรี
๑๔. หลวงปู่ทองคำ ยุตฺตโยโต (พระมงคลรัตนมุนี) ณ วัดราษฎร์บำรุง (หนองปลาดุก) พระนครศรีอยุธยา
วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๗ (วันพุธขึ้น ๙ ค่ำ เดือนห้า ปีมะโรง ปักขคณนา)
๑๕. พระอาจารย์มานิตย์ สุทฺธิญาโณ (พระครูวิธานสุตสุนทร) ณ วัดรัชฎาธิษฐาน ราชวรวิหาร กรุงเทพฯ
๑๖. หลวงพ่อช่วง สีลวฑฺฒโน ณ วัดประดู่ (อินทราวาส) กรุงเทพฯ
![]() |
| กราบเรียนหลวงปู่เจริญถึงการหล่อพระ |
วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๗ (วันอาทิตย์ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือนห้า ปีมะโรง ปักขคณนา)
๑๗. หลวงปู่เจริญ ญาณวุฑฺโฒ แห่งวัดถ้ำปากเปียง เชียงใหม่
๑๘. หลวงปู่ทองสุข อุตฺตรปญฺโญ (พระครูอุดมภาวนาจารย์) แห่งวัดอนาลโยทิพยาราม พะเยา
๑๙. พ่อท่านบัญญัติ มุนินฺโท (พระครูพินิตธรรมสุนทร) แห่งวัดคงคาสวัสดิ์ นครศรีธรรมราช
![]() |
| ครูบาก้ำ เมตตาจารแผ่นทองแดงให้ |
วันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๗ (วันจันทร์ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือนห้า ปีมะโรง ปักขคณนา)
๒๐. ครูบาอุ่นเรือน อิสโร ณ วัดพระธาตุผาเงา เชียงราย
๒๑. ครูบาก้ำ กลฺยาณธมฺโม (พระราชมงคลวิสุทธิ์) ณ วัดบุญเกิด พะเยา
๒๒. ครูบาจิณณะ สุจิณฺโณ ณ วัดศรีจอมเรือง พะเยา
![]() |
| ครูบาศรีมูลพิจารณาภาพถ่ายหุ่นขี้ผึ้งที่กำลังดำเนินการปั้น |
วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๗ (วันอังคารขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนห้า ปีมะโรง ปักขคณนา)
๒๓. ครูบาศรีมูล มูลสิริ (พระเทพญาณเวที) ณ วัดศรีอุโมงค์คำ พะเยา
๒๔. หลวงปู่คำมูล ชิตมาโร (พระปัญญาพิศาลเถร วิ.) ณ วัดรัตนวนาราม พะเยา
วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๔๖๗ (วันเสาร์แรม ๔ ค่ำ เดือนห้า ปีมะโรง ปักขคณนา)
๒๕. หลวงพ่อทองสุข สิริวฑฺฒโก ณ วัดพิกุลทอง นนทบุรี
และยังมีแผ่นดีบุกจารอีกจำนวนหนึ่งที่เคยขอพระเถระที่เคยได้ไปเยี่ยมนมัสการแล้วขอให้ท่านทำให้เมื่อหลายปีก่อน กับแผ่นดีบุกขนาด ๙ ตารางนิ้วซึ่งจารึกชื่อบุคคลที่ร่วมบริจาคเงินมาช่วยสมทบทุน แผ่นดีบุกนี้ทผ่านการเสกโดยพระสงฆ์มาแล้วมากกว่า ๕๐ ครั้ง
อีกทั้งวัสดุหล่อซึ่งเป็นมวลสารจากคุณไพรัช ซึ่งมีแผ่นทองแดงจารจากหลวงพ่อมงคล วัดมหาธาตุฯ พระนคร ที่คุณไพรัชนำความไปกราบเรียนขอท่านมาด้วย อีกเครื่องประดับเงินและทองคำหลายรายการที่คุณพรรณรายอุทิศถวายเป็นพุทธบูชา
เดินทางโดยเครื่องบินจากสนามบินดอนเมืองถึงปลายทาง พิษณุโลก เวลา ๑๘.๐๐ น. พร้อมด้วยพี่ปุ๋ย พรรณราย และพี่เอ คมสมร จากสนามบินเดินทางโดยรถยนต์รับจ้างถึงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุพิษณุโลก ประจวบเหมาะเป็นเวลาสวดมนต์เย็นจึงได้ร่วมสวดมนต์เย็นช่วงท้ายของพิธี ภายในพระวิหารหลวงเบื้องหน้าพระพุทธชินราช แล้วเดินจากวัดไปเข้าพักที่โรงแรมดราก้อน ริเวอร์
วันอาทิตย์ที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๗
รถตู้บริการของคุณประกิจ สีสังข์ มารับเราเวลา ๖.๓๐ น. จากโรงแรมเพื่อไปยังบ้านของช่างบุญนาศ บริเวณถนนเลี่ยงเมืองใกล้ทางรถไฟ
เวลา ๘.๑๕ น. ทำพิธีบูชาพระรัตนตรัย บูชาเทวดา บอกกล่าวขอเริ่มการหล่อพระพุทธปฏิมา
เวลา ๙.๐๔ น. เริ่มส่วนครึ่งองค์ล่างและพระกร และเวลา ๙.๑๐ น. เทส่วนพระอุระตามลำดับ
หลังจากนั้นเดินทางออกไปยังวัดหนองทับเรือ เพื่อนมัสการหลวงปู่ลี ถาวโร ได้นำเครื่องไทยไปถวายพร้อมปัจจัย ๑ ชุด และได้รับมอบเกศามาบูชา ยังได้ถวายไทยทานพร้อมปัจจัยอีก ๑ ชุดแด่พระอาจารย์รุ่ง จนฺทวํโส พระอุปัฏฐากด้วย ระหว่างทางพบพระภิกษุที่เดินทางไปปริวาสกรรมและได้ร่วมทำบุญถวายน้ำและปัจจัย แต่หนนี้ไม่ได้พบหลวงปู่ใหญ่ มหาบุญมี วัดพนมทองคีรีเขต เนื่องจากท่านไปกิจธุระที่อื่น
เวลา ๑๕.๑๕ น. กลับมาที่โรงหล่ออีกครั้ง ช่างกำลังตัดชนวนและเจียรตกแต่งองค์พระ รอดูการประกอบและตรวจหุ่นเพื่อพิจารณาสัดส่วนและได้เขียนลายมือสำหรับจารึกที่ฐานพระไว้บนแผ่นขี้ผึ้ง เมื่อนำองค์พระมาตั้งประกบดูพบว่าจากขนาดหุ่นที่คะเนไว้ตอนแรก ๑๐๙ ซม. นั้นผิดพลาด แต่ช่างไม่ได้แจ้งการปรับหุ่นใหม่ให้ทราบก่อนทำการหล่อ องค์พระที่สำเร็จออกมาจึงมีขนาดจริงนับแต่ปลายพระรัศมีถึงฐานเขียงรองพระบาท ๘๘ ซม. ความผิดพลาดนี้เกิดจากการคะเนสัดส่วนและปั้นหุ่นตามขนาดคำนวณ โดยไม่ได้ใช้เศียรจริงมาสอบเทียบ เมื่อจวนใกล้กำหนดวันต้องเทหล่อจึงต้องปั้นใหม่ทั้งหมดอย่างเร่งรีบ ทำให้มีความผิดแบบไปหลายจุด จึงต้องปรึกษาหาข้อยุติร่วมกัน ได้ดูการปรับพระศอจนถึงเวลา ๑๖.๓๐ น. เป็นเวลาต้องเดินทางกลับ
ระหว่างรอกำหนดส่งงานที่กำหนดไว้ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม จึงปั้นรูปจำลองพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ๓ องค์ ปางมารวิชัย ๓ องค์ เป็นขนาดเล็กสูงประมาณ ๑ ถึง ๒ นิ้ว ด้วยขี้ผึ้ง ส่งไปให้ช่างบุญนาศเพื่อฝากหล่อร่วมกับฐาน ช่างได้รับแต่ไม่แน่ใจว่าจะได้หล่อร่วมกับฐานหรือไม่
วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ถามความคืบหน้าแล้วช่างขอเลื่อนออกไปช่วงปลายเดือน
ฐานพระตามแบบที่ตกลงกันคือจะหล่อแยกส่วน ระหว่างองค์พระกับฐานเพื่อไม่ใช้เกิดภาระความเครียดจากการรับน้ำหนักที่ข้อพระบาท จึงออกแบบให้มีความคลอนจากการประกอบที่รอยต่อ และจะประกอบกันด้วยสลักยึด ส่วนฐานนั้นใช้ต้นแบบจากฐานพระลักษมีสมัยอยุธยาราวพุทธตศตวรรษที่ ๒๒ มีลักษณะเป็นฐานบัวหงายรองรับด้วยขาสิงห์แบบจีนในทรงแปดเหลี่ยม
![]() |
| ฐานขี้ผึ้งและแผ่นจารึกที่จารไว้ ถูกนำติดที่แผ่นหน้ากระดานล่าง (๑๘ พ.ค. ๖๗) |
เมื่อหุ่นฐานขี้ผึ้งขึ้นรูปเรียบร้อยแล้วจึงให้ช่างเพิ่มห่วงสำหรับยึดพระที่ฐาน ๓ จุดที่ฐานตรงหน้ากระดานบน สำหรับร้อยเชือกในการเคลื่อนย้ายหรือเวลาออกแห่ได้สะดวก ช่างได้ทำการหล่อฐานแล้วเสร็จในวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๗ ส่วนบาตรได้หล่อเสร็จก่อนหน้านั้น
ช่างใช้เวลาอีกราว ๑๐ วันในการปรับแก้ในส่วนที่พอทำได้เพื่อให้งานออกมาเรียบร้อย จึงลงมือขัดแต่งก่อนส่งไปทำสี
วันอังคารที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๗
เวลา ๔.๑๐ น. ช่างบุญนาศมาส่งพระพุทธรูป ได้เตรียมโต๊ะรอรับที่ตรงหน้าบ้านและจัดธูปเทียนไว้จุดนมัสการ
เวลา ๖.๐๐ น. ทำการแกะห่อพลาสติกที่หุ้มองค์พระในระหว่างขนส่ง แกะเสร็จพลันฝนก็ตกลงมาพอดี จึงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ทำการเจิมที่องค์พระแล้ววางใบมะตูม จากนั้นสรงน้ำองค์พระปฏิมาด้วยสังข์ ถวายนามว่าพระพุทธปุณณเขต ด้วยเหตุจากการหล่อองค์พระขึ้นใหม่ให้บริบูรณ์ประการ ๑ เป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรซึ่งแสดงปางตามพุทธกิจว่า ปุพฺพณฺเห ปิณฺฑปาตญฺจ หมายถึงเวลาเช้าออกบิณฑบาตโปรดสัตว์โลก อันจะยังประโยชน์แก่คนทั้งหลายที่ต้องการบุญ ประดุจดังที่นาอันอุดมสมบูรณ์นั้นประการ ๑ และอนุสรณ์ถึงพระเถรานุเถระผู้เป็นเนื้อนาบุญอันดีประการ ๑
วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๗
ผู้เขียนและครอบครัว เดินทางไปยังวัดชัยเภรีย์ อำเภออู่ทอง พร้อมคณะ อัญเชิญพระพุทธปุณณเขต ถวายเพื่อประดิษฐานไว้ในพระอารามนั้น พระครูสุวรรณธรรมาภิรักษ์ (หลวงพ่อบุญค้ำ) รับการถวายและกล่าวอนุโมทนา
![]() |
| วันอังคารขึ้น ๕ ค่ำ เดือนเจ็ด ปีมะโรง พระพุทธรูปอันกระทำ สำเร็จแล้วนั้นมาถึง เพลารุ่งแล้ว ๑ บาท จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย |
| พระพุทธปุณณเขต เป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร หล่อด้วยสำริด ศิลปะแบบอู่ทองรุ่นสอง ขนาดความสูงแต่รัศมีถึงพระบาท ๘๘ เซนติเมตร ความสูงรวมฐาน ๑๐๕ เซนติเมตร |
![]() |
| หลวงปู่อุดม ทำการเจิมพระพุทธรูป |
![]() |
| หลวงพ่อพรหม อธิษฐานจิตถวายพระพุทธรูป |
![]() |
| หลวงพ่อช่วง เมตตาเจริญพระพุทธมนต์ |


























































Comments
Post a Comment